Welcome to our blog!

อาหารหวาน นานาชาติ

ข้อมูลวิธีทำอาหารหวานจากทุกมุมโลก

Menu

หมวดหมู่: ขนมประเทศต่างๆ


ชีสเค้กญี่ปุ่น สูตรขนมญี่ปุ่น เสิร์ฟของหวานสุดฮิตฉบับไทยทำ

พฤษภาคม 21, 2019 at 3:49 pm | ขนมประเทศต่างๆ | YOUNG -

ชีสเค้กญี่ปุ่น ใครติดใจเมนูชีสเค้กญี่ปุ่นเนื้อนุ่มฟูละลายในปาก วันหยุดนี้มาทำเองกันเถอะ สูตรจาก คุณ AdrenalineRush สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม กินเพียว ๆ หรือตกแต่งได้ตามชอบทั้งราดซอสสตรอว์เบอร์รี ซอสบลูเบอร์รี หรือโรยผงช็อกโกแลต ผงชาเขียว เอาที่สบายใจเลยค่ะ

ส่วนผสม ชีสเค้กญี่ปุ่น (สูตรสำหรับเค้ก 2 ปอนด์ ปรับสูตรนิดหน่อย)

• แป้งเค้ก 50 กรัม
• แป้งข้าวโพด 15 กรัม
• นมสด 80 กรัม
• ครีมชีส 140 กรัม
• เนยสด 40 กรัม
• ไข่แดง 75 กรัม
• ไข่ขาว 180 กรัม
• น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
• น้ำตาลทราย 120 กรัม

วิธีทำชีสเค้กญี่ปุ่น

• 1. วอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 175 องศาเซลเซียส ใช้ไฟล่างอย่างเดียว เตรียมไว้ และทาไขมันที่พิมพ์ รองด้วยกระดาษไขที่ก้นพิมพ์และรอบ ๆ พิมพ์

• 2. ร่อนแป้งเค้กและแป้งข้าวโพดเข้าด้วยกัน 1 ครั้ง เตรียมไว้

• 3. นำนมสดใส่ถ้วย นำเข้าไมโครเวฟ 1.30 นาที (หรือนำไปต้มจนเดือด) จากนั้นใส่ครีมชีสและเนยสดลงไป คนผสมแรง ๆ จนส่วนผสมเข้ากัน (ถ้าส่วนผสมเป็นก้อนก็พยายามบี้ ๆ ไม่ต้องยั้งมือค่ะ)

• 4. ใส่ไข่แดงและน้ำมะนาวลงไป คนจนส่วนผสมเข้ากันแล้วนำไปกรองผ่านกระชอน 2 รอบ เพื่อให้ได้ส่วนผสมเนื้อเนียน

• 5. ใส่แป้งลงในส่วนผสมนมสด (ข้อ 3) ใช้ตะกร้อมือตะล่อมหรือคนจนส่วนผสมเข้ากัน (ไม่ต้องยั้งมือ) พักไว้

• 6. ตีไข่ขาวจนฟองอากาศเนียนละเอียด ใส่น้ำตาลทรายลงไป ตีต่อจนตั้งยอดอ่อน

• 7. แบ่งไข่ขาวลงไปผสมกับส่วนผสมไข่แดง (ข้อ 4) 3 ส่วน แต่ละครั้งตะล่อมให้เข้ากัน กระแทกอ่างผสมเบา ๆ 2-3 ครั้งให้ฟองอากาศลอยขึ้นมา

• 8. ค่อย ๆ เทส่วนผสมใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ นำเข้าอบแบบเทน้ำร้อนใส่ลงในถาด (Water Bath) อบนานประมาณ 1 ชั่วโมง – 1 ชั่วโมง 15 นาที ถ้าอบปอนด์เดียวประมาณ 45-50 นาทีก็สุกแล้วค่ะ (เช็กสุกด้วยการเอาไม้จิ้มฟันจิ้มลงไปในเค้ก ถ้าดึงออกแล้วไม้จิ้มฟันแห้ง ๆ ไม่มีขนมเหนียว ๆ เกาะแสดงว่าใช้ได้แล้วค่ะ) ก่อนครบเวลาประมาณ 5 นาที เปิดไฟบนด้วยถ้าชอบให้หน้าด้านบนมีสีเข้มหน่อย

• 9. นำขนมออกจากเตาแล้วนำออกจากพิมพ์ทันที (ไม่เช่นนั้นเค้กจะหดนะ หนึ่งทำบ่อยมาก ๆ รอบนี้หน้าเลอะเพราะลืมผสมแป้ง ตะล่อมไข่ขาวกับส่วนผสมไข่แดงเสร็จ หันมาเห็นแป้ง… กรี๊ด….เลยเทขนมออกจากพิมพ์ เอาแป้งมาผสม ออกมารสชาติ เนื้อเค้กไม่ต่างจากที่ผสมแป้งในไข่แดงค่ะ แต่หน้าเยินไปนิดเพราะกระดาษไขยับ) คว่ำเค้กก่อน แล้วค่อยหงายอีกรอบ

• 10. ตัดเค้กให้สวยงาม จะกินเลยหรือแช่เย็นก็ได้ค่ะ ถ้ากินเลยจะได้เนื้อเค้กหอมนุ่ม แต่ได้เนื้อเค้กเต็ม ๆ ถ้าแช่เย็นเค้กจะแข็งขึ้นนิดหน่อย แต่ยังอร่อยแน่นอนค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com

สูตรขนมเทียน วิธีทำขนมไหว้เจ้าตัวแทนความรุ่งเรือง ช่วงเทศกาลตรุษจีน

พฤษภาคม 12, 2019 at 12:25 pm | ขนมประเทศต่างๆ | YOUNG -

สูตรขนมเทียน ขนมไหว้เจ้าที่เรารู้จักใน ช่วงเทศกาลตรุษจีน 

สูตรขนมเทียน และสารทจีนในเมื่อมีขนมเข่งก็ต้องมีขนมเทียน เพราะเป็นขนมที่มักจะใช้ไหว้คู่กัน ซึ่งคนจีนมีความเชื่อว่า ขนมเทียนนั้นหมายถึง ความสว่างรุ่งเรืองดังแสงเทียน เหมือนชื่อขนมนั่นเอง และที่เราเห็นว่าขนมเทียนกับขนมเข่งมักจะอยู่ด้วยกันก็เพราะมีวิธีทำที่คล้ายกัน ใครอยากจะทำขนมเทียนไว้ไหว้เจ้าในวันตรุษจีนนี้ก็ลองมาดูสูตรกันเลยค่ะ

ส่วนผสม แป้งขนมเทียน

► แป้งข้าวเหนียวดำ 1 กิโลกรัม
► น้ำตาลปี๊บ 200-300 กรัม
► ไส้ขนมเทียน
► ใบตองสำหรับห่อขนม

วิธีทำ

1. นำน้ำตาลปี๊บไปละลาย ใส่ลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟ เคี่ยวจนละลาย ปิดไฟแล้วพักทิ้งไว้จนเย็น
2. นวดผสมแป้งข้าวเหนียวดำกับน้ำตาลปี๊บที่ละลายไว้จนเข้ากันดี เตรียมไว้
3. จับใบตองให้เป็นทรงกรวย ใส่ไส้ที่ปั้นไว้ลงไป ตักส่วนผสมแป้งใส่ จากนั้นห่อให้สวยงาม เรียงลงในชุดนึ่ง
4. นำขนมไปนึ่งด้วยไฟแรงที่มีน้ำเดือดพล่าน นึ่งนานประมาณ 30 นาที จนขนมสุก ปิดไฟ นำออกจากชุดนึ่ง

ส่วนผสม ไส้ขนมเทียน (ขนมเทียนไส้เค็ม)

► ถั่วเขียวซีกเราะเปลือก 1 กิโลกรัม
► กระเทียม
► พริกไทย
► น้ำมันพืช (สำหรับผัด)
► เกลือป่น (สำหรับปรุงรส)
► น้ำตาลทราย (สำหรับปรุงรส)

วิธีทำ ขนมเทียน

1. ล้างถั่วเขียวซีกเราะเปลือกให้สะอาด แช่ทิ้งไว้อย่างน้อย 2 ชั่วโมง หรือข้ามคืน จากนั้นนำไปนึ่งจนสุก พักทิ้งไว้จนเย็นสนิท
2. โขลกกระเทียมกับพริกไทยเข้าด้วยกันจนละเอียด ใส่ถั่วเขียวนึ่งลงโขลกพอหยาบ
3. ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ ใส่ส่วนผสมไส้ลงผัดจนหอม ปรุงรสด้วยเกลือป่น และน้ำตาลทราย ชิมรสตามชอบ ให้มีรสหวาน เค็ม เผ็ด ปิดไฟ ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็น ปั้นเป็นก้อนกลม เตรียมไว้

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com

ทองหยิบ ขนมไทย ขนมหวานโบราณ เมนูไข่ พร้อมวิธีทำ

มีนาคม 9, 2019 at 6:17 pm | ขนมประเทศต่างๆ | YOUNG -

ทองหยิบ ขนมหวาน เมนูขนมเชื่อม วิธีทำขนมทองหยิบ ง่ายๆ สามารถทำกินเองที่บ้านได้

ทองหยิบ ขนมไทย ตระกลูทอง ที่ได้รับวัฒนธรรมมาจากโปรตุเกตุ สูตรขนมทองหยิบ พร้อมด้วยเคล็ดลับการทำขนมทองหยิบ ขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยาก อาหารหวาน เมนูไข่ อร่อยๆ

สูตรอาหาร เมนูอาหาร แนะนำสำหรับวันนี้ ขอนำเสนอ สูตรขนมไทย หนึ่งใน 9 ขนมหวาน ตระกูลทอง คือ ขนมทองหยิบ เป็นขนมหวานที่ต้องมีในขันหมาก เคล็ดลับการทำขนมทองหยิบ คือ วัตถุดิบคุณภาพ เทคนิคการเตรียมอาหาร การผสมแป้งและไข่

สูตรขนมทองหยิบ ส่วนผสมและขั้นตอนการทำ เข้าใจง่าย ไม่ยุ่งยาก เหมาะสำหรับคนรักการทำขนมหวาน เมนูไข่

ส่วนผสมสำหรับทำขนมทองหยิบ

-ไข่เป็ด 10 ฟอง โดยแยกเอาเฉพาะไข่แดง
-น้ำตาลทราย 3 ถ้วย
-น้ำลายดอกไม้ 2 ถ้วย

ทองหยิบ
วิธีทำขนมทองหยิบ

-การทำน้ำลอยดอกมะลิ น้ำลอยดอกมะลิจะเริ่มจากการเตรียมน้ำสะอาด จากนั้นนำดอกมะลิ หอมๆ ที่เป็นดอกไม้เด็ดแบบสดๆ นำลงไปลอยในน้ำสะอาด และ ทิ้งให้นำสะอาดหอมกลิ่นดอกมะลิ ก่อน ใช้เวลาในการเตรียมน้ำลอยดอกมะลิ คือ 1 คืน
-เมื่อเราได้น้ำลอยดอกไม้ และ นำน้ำลอยดอกมะลิ ไปต้มให้เดือด ใส่น้ำตาลลงไป เคี้ยวให้น้ำตาลค้น เหนียว สามารถใส่ใบเตยลงไปได้ ในระหว่างที่เคี้ยวน้ำเชื่อม ให้ไปเตรียมไข่
-เริ่มทำขนมทองหยิบ โดย นำไข่เป็ดที่เตรียมไว้ นำมาตีให้แตกฟอง ขึ้นฟู หากมีเครื่องช่วยตีไข่ จะช่วยในการผ่อนแรงได้มาก ตีไข่แดงจนไข่แดงขึ้นฟู จากนั้นพักไว้ก่อน
-เมื่อน้ำเชื่อมได้ที่แล้ว ให้นำกระบวยตักไข่ให้เป็นลักษณะแผ่น ใส่ไข่ลงไป และนำไปต้มให้เป็นแผ่น เมื่อไข่สุกไข่จะเกาะตัวและ เป็นแผ่น ลอยหลุดจากกระบวย เราก็ทำการเชื่อมมันให้เข้าเนื้อ เมื่อไข่สุดได้ที่
-ให้นำแผ่นไข่ ลงไปจีบใส่ถ้วยพิมพ์ ที่เตรียมเอาไว้ พักให้เย็นก็สามารถรับประทานได้
เคล็ดลับการทำขนมทองหยิบ

-น้ำลอยดอกมะลิ ต้องใช้น้ำสะอาด ดอกมะลิต้องเด็ดตอนกลางคืน จะได้น้ำกลิ่นหอมดอกมะลิ เพิ่มเสนห์ให้กัขนม ที่มีทั้งความหวาน และ หอม
-สำหรับช่วงเวลาที่ดอกมะลิขาดแคลน ก็ใช้ใบเตยแทน ความหอมของใบเตยสามารถทดแทนกลิ่นหอมของดอกมะลิได้
ทองหยิบ ขนมไทย จัดเป็นขนมโบราณ ที่มีประวัติว่า มีการทำครั้งแรกในสมัยกรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายมหาราช ซึ่งเป็นขนมไทย ที่ได้รับวัฒนธรรมมาจากประเทศโปรตุเกส เนื่องจากมีขนมโปรตุเกต ชื่อ trouxas das Caldas ซึ่งออกเสียง ว่า โตรชัชดัชกัลดัช มีลักษณะคล้ายกัน

ขอบคุณแหล่งที่มา https://nlovecooking.com